คน-งบ-งาน : วงเรียนรู้การบริหารโครงการประเด็นสังคมสูงวัย
เขียนโดย ประภัสสุทธ| 22 Dec 2025| 141 views
ในวันที่จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในทางวิชาการเรียกว่า Super-Aged Society หรือสถานการณ์ทางประชากรที่ประเทศนั้นๆ มีสัดส่วนประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป มากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด ความท้าทายใหญ่ของคนทำงานในพื้นที่ จึงไม่ใช่แค่การดูแลผู้สูงวัยทางกายภาพเท่านั้น แต่คือ “งบประมาณ” และ “ทักษะการบริหารจัดการโครงการ” ที่จะช่วยให้คนทำงาน เดินหน้าขับเคลื่อนงานต่อได้อย่างไม่สะดุด แอดมินไทอีสานมีโอกาสนั่งคุยกับคนทำงานเครือข่ายประเด็นสังคมสูงวัย ถึงสถานการณ์ของคนทำงานแวดวงผู้สูงอายุ ในวงการอบรมเรื่องการบริหารโครงการที่จังหวัดขอนแก่น
จากความต้องการคนทำงานในพื้นที่ สู่เวทีอบรมออนไซต์-ออนไลน์
ดร.พัชราพร ควรรณสุ หรือ ดร.หญิง ผู้ประสานงานประเด็นสังคมสูงวัย ได้บอกกับเราว่าก่อนจะเกิดเวทีพัฒนาศักยภาพ “การบริหารจัดการโครงการประเด็นสังคมสูงวัย” เมื่อวันที่ 12-13 ธันวาคม 2568 ที่ โรงแรมมันตราวารี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น การอบรมไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่เป็นการต่อยอดจากข้อมูลที่ให้เครือข่ายคนทำงานระบุสิ่งที่อยากพัฒนาทักษะเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือที่เรียกว่า Training Needs Survey ที่ได้รับผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยพบว่าปัญหาหลักที่เครือข่ายคนทำงาน 5 จังหวัดอีสานต้องพบเจอคือ การขาดทักษะในการเขียนและบริหารโครงการ
ดร.พัชราพร ควรรณสุ หรือ ดร.หญิง ผู้ประสานงานประเด็นสังคมสูงวัย
“ การอบรมในครั้งนี้ต่อเนื่องมาจากการประชุมออนไลน์ เรื่องการของบประมาณกับแหล่งทุนต่างๆ พอเรารู้จักแหล่งทุนแล้ว ก็อยากเรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการโครงการ เอาภาคียุทธศาสตร์มาร่วมเรียนรู้ แล้วก็สามารถเอาความรู้ไปนั่งเขียนโครงการขอทุนจากแหล่งงบต่างๆ ได้ อย่าง เช่น งบ PPA งบ สสส. แล้วก็งบในกองทุนพื้นที่ของตัวเองได้ค่ะ และจากการวิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มเป้าหมายที่ทำงาน เราพบว่าสิ่งที่เขาต้องการพัฒนามากที่สุดคือเรื่องการบริหารจัดการโครงการ บางคนยังไม่เข้าใจว่าจะเขียนโครงการอย่างไรให้ได้งบประมาณมาพัฒนา หรือ เชื่อมโยงกับประเด็นผู้สูงอายุที่เราทำอยู่ยังไง ”
เมื่อถามถึงสถานการณ์งบประมาณในปัจจุบัน อาจารย์หญิงยอมรับตรงๆ ว่างบประมาณที่มีนั้น “ไม่เคยเพียงพอ” ต่อจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นทุกวัน การรอคอยงบจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียวจึงไม่ใช่คำตอบ
“ งบประมาณมันไม่พอหรอกค่ะ เพราะผู้สูงอายุมีมากขึ้น เราจึงต้องพัฒนาให้คนทำงานมีความเก่ง มีความแม่นยำ และวิเคราะห์สถานการณ์ในพื้นที่ตัวเองได้ ว่ากลุ่มเป้าหมายไหนคือกลุ่มที่เราต้องดูแลจริงๆ เพื่อให้การใช้เงินทุกบาทคุ้มค่าที่สุด ”
ขณะเดียวกัน อีกมุมหนึ่งของคนทำงานหน่วยภาครัฐในพื้นที่ อย่างพี่เปีย หรือ อิทธิพล บุญบุตร ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม เทศบาลตำบลพระซอง บทบาทของพี่เปียในโครงการนี้ ไม่ใช่แค่การดูแลผู้สูงอายุที่มีอยู่เดิม แต่คือการมองไปข้างหน้าเพื่อรับมือกับอนาคต โดยเฉพาะการทำงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยนครพนม เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับกลุ่มคนอายุ 50-59 ปีที่ ในประเด็นงบประมาณพี่เปียมองต่างออกไปว่า ในฐานะพื้นที่ต้นแบบที่มีการขับเคลื่อนงานผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบ พบว่า งบประมาณมีอยู่รอบตัว ขอเพียงแค่เราบริหารจัดการให้เป็น และมีองค์ประกอบของทีมขับเคลื่อนงานชัดเจน
“ ผมว่าจริงๆ งบประมาณไม่ขาดหรอกครับ เพราะแหล่งทุนพอมี ยังสามารถเข้าถึงได้ แต่ปัญหาคือผู้เขียนข้อเสนอโครงการต่างๆ ถ้าทำเยอะมันก็เหนื่อย แต่ถ้าเรามองว่าโครงการที่มีมันช่วยหนุนเสริมกัน เพราะบางแหล่งทุนให้ไม่เท่ากัน แล้วก็ควรกำหนดเป้าหมายให้ชัดว่าเราจะทำเรื่องอะไร แหล่งทุนไหนเกี่ยวข้องบ้าง หลักสำคัญที่ผมพูดเสมอคือเรื่องของทีมงาน คณะทำงานมันต้องมีความพร้อมแต่ละส่วน อย่างเช่น เจ้าหน้าที่โครงการ ผู้ประสานงาน ทีมจัดการหลังบ้านเนี่ยนะครับ ถ้ามันไม่พร้อม คนพาทำมันจะเหนื่อยครับ อีกเรื่องคือความเสี่ยง คือเวลารับทุนมาแต่ผลงานมันไม่ออก ผลลัพธ์มันไม่เกิดขึ้น อันนี้เป็นข้อกังวลของคนทำงานครับ ”
พี่เปีย หรือ อิทธิพล บุญบุตร ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม เทศบาลตำบลพระซอง
เปิดมุมมองใหม่การบริหารโครงการจาก ‘ผู้ปฏิบัติ’ สู่ ‘นักวางกลยุทธ์’ ชูการจัดการครบวงจร-ใช้เครื่องมือวัดผลจริง
การอบรมในครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมได้สะท้อนมุมมองสำคัญในการยกระดับการทำงาน หนึ่งในนั้นคือ อาจารย์นันทนา ควรรณสุ จากโรงพยาบาลโพนสวรรค์ ชี้ให้เห็นว่าหัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การลงมือทำ แต่เป็นการปรับมุมมองสู่การบริหารแบบมุมสูง เพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ คุณนันทนาอธิบายว่าการขยับบทบาทจากผู้ปฏิบัติมาสู่ทีมวางแผนเชิงวิชาการ ช่วยให้เห็นความเชื่อมโยงในแต่ละระยะของโครงการได้ชัดเจนขึ้น การบริหารจัดการในรูปแบบนี้ช่วยให้สามารถ "รีเช็ก" และปรับแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างทางได้ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้งานสะดุด ที่สำคัญคือการเปิดพื้นที่ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ได้ให้ข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) เพื่อให้การดำเนินงานสอดรับกับความต้องการของทุกฝ่ายตลอดทั้งโครงการ
“ สำหรับเนื้อหาในวันนี้ที่เป็นเรื่องของการบริหารจัดการโครงการ ประเด็นที่เราจะสามารถเอาไปต่อยอดแล้วก็ทำให้โครงการของเราสำเร็จได้ก็คือ เรื่องของการบริหารจัดการภาพรวมของโครงการทั้งหมด เราจะมองมุมสูงขึ้นมาจากเดิมที่เราเป็นทั้งผู้ปฏิบัติ ณ ตอนนี้เรามาอยู่ในทีมวิชาการ ทำให้มองเห็นการเดินทางแต่ละ Section ต้นน้ำ กลางน้ำ แล้วก็ปลายน้ำ มันจะมีวิธีบริหารจัดการในตัวโครงการแต่ละระยะอย่างไร แล้วเราก็มีการปรับแก้ไขตามประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างทาง ตรงนี้มีส่วนช่วยในการที่รีเช็กกันสองฝั่ง เพื่อให้โครงการหรืองานของเราไม่สะดุดค่ะ แล้วก็ผู้รับบริการหรือว่า Stakeholder ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของเรา สามารถที่จะฟีดแบ็กข้อมูลแล้วก็สามารถที่จะดำเนินงานร่วมกับเราได้ตลอดโครงการค่ะ ”
อาจารย์นันทนา ควรรณสุ จากโรงพยาบาลโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม
ในส่วนเนื้อหาการบริหารจัดการโครงการในวงฝึกอบรม อ.นันทนา ได้หยิบยกทฤษฎีการบริหารจัดการอย่าง POSDCORB มาเป็นเครื่องมือสำคัญในการรีเช็กการทำงาน เพื่อให้การใช้ "คน งบ งาน" เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
“ เนื้อหาที่สนใจก็คงจะเป็นในเรื่องของรูปแบบของการประเมินโครงการนะคะ ที่จะเป็นเรื่องของ POSDCORB ตัวนี้ถ้าเรานำมาบูรณาการในเรื่องของการจัดการโครงการ น่าจะทำให้การกำกับติดตามชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพราะว่าบางทีเวลาเราทำงาน เราอาจจะลืมตัวทฤษฎีหรือว่าแนวคิดไป แต่พอมาเติมเต็มในวันนี้มันทำให้การดำเนินงานของเรา มีความชัดเจนแล้วก็เข้มข้นขึ้นอีกครั้งหนึ่งค่ะ ”
ขณะเดียวกัน การวางเป้าหมายที่ชัดเจนและการใช้เครื่องมือติดตามผล (Monitoring & Evaluation) ถูกยกให้เป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยพี่เปีย อิทธิพล บุญบุตร เน้นย้ำถึงการนำหลักการบริหารจัดการที่เป็นระบบมาปรับใช้ ทั้งในส่วนของการพัฒนาศักยภาพทีมงานให้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง รวมถึงการจัดการรายละเอียดที่ซับซ้อน เช่น งบประมาณและการบริหารการเงิน เพื่อสร้างความโปร่งใสและบรรลุเป้าหมายตามที่วางไว้
“ สิ่งที่ได้เรียนรู้วันนี้ ก็คือเรื่องของหลักของการบริหารจัดการโครงการที่ดีครับ คือบางทีเราอาจไม่ได้เน้นย้ำ หรือลงลึกรายละเอียด หรือกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนมากนัก แต่ถ้าเรามีหลักคิด หลักการบริหารโครงการ ทั้งทีมมีส่วนสำคัญในการจัดการโครงการ อีกส่วนหนึ่งคือการใช้เครื่องมือในการติดตามและประเมินผลต่างๆ อันนี้ถือว่าดีครับ จะนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ แล้วก็สื่อสารต่อกับคณะทำงานของเราด้วย ว่าการบริหารจัดการโครงการ เรื่องของงบประมาณอะไรต่างๆ เรื่องการเงิน หลักฐานการเงินเป็นอย่างไรครับ ”
ขยายผล-นำใช้ ก้าวต่อไปหลังฝึกอบรม
เมื่อถามถึงสิ่งที่จะทำต่อไปในอนาคต ถึงการทำงานกับเครือข่ายในพื้นที่ตนเอง ด้านผู้ประสานงานเครือข่ายประเด็นสังคมสูงวัย ดร.หญิง บอกว่าหลังจบวงนี้จะมีการติดตามว่าภาคีที่ได้เข้าร่วม สามารถพัฒนาโครงการและเข้าถึงแหล่งทุนที่ต่างๆได้ไหม โดยไม่ได้พึ่งงบประมาณจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว เพื่อการทำงานระยะยาวในพื้นที่
“ เราจะมีการติดตามผลว่าหลังจากจบเวทีนี้ไปแล้ว ภาคีแต่ละท่านสามารถเขียนโครงการได้จริงไหม แล้วมีโครงการไหนบ้างที่ส่งไปแล้ว ได้รับการอนุมัติงบประมาณมาใช้ในพื้นที่จริงๆ ซึ่งตรงนี้มันจะช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับงานประเด็นผู้สูงอายุในระดับพื้นที่ค่ะ โดยที่เขาไม่ต้องรองบจากส่วนกลางอย่างเดียว แต่เขาสามารถแสวงหาทรัพยากรมาใช้ได้ด้วยตัวเองค่ะ ”
ด้าน อ.นันทนา กล่าวเสริมว่าในพื้นที่การทำงานตนเอง มีการสนับสนุนงบประมาณจากท้องถิ่นอยู่แล้ว และคิดว่าจะกลับไปบูรณาการเพื่อทำแผนปฏิบัติการเพื่อดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่ต่อไป
“ ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ จะมีช่วงในการดำเนินงานโครงการ ซึ่งเราเนี่ยจะไปบูรณาการกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นค่ะ ทั้งในระดับเทศบาลแล้วก็ตำบล ซึ่งตรงนี้เรามีการทำแผนปฏิบัติการไว้แล้ว และเรามีการเชื่อมโยงนำตัวโครงการที่เกี่ยวกับเรื่องของการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ส่งข้อเสนอโครงการไปแล้ว อยู่ในช่วงของการพิจารณาโครงการแล้วก็นำเสนอโครงการค่ะ ”
ด้านพี่เปีย มีข้อเสนอต่อการทำงานเครือข่ายว่า หากมีไทม์ไลน์แหล่งทุนงบประมาณน่าจะดี ทั้งนี้เพื่อการเตรียมความพร้อมของคนทำงานในการวางแผนงานแต่ละช่วง
“ คือพี่อยากได้ที่เรียกว่า ไทม์ไลน์ของแหล่งทุนและงบประมาณต่างๆ ครับ อย่างเช่นที่เราพูดว่าห้วงเวลาไหนที่มีการเปิดรับข้อเสนอ เวลาไหน ยังไงที่เขาจะอนุมัติโครงการ ช่วงเวลาดำเนินโครงการเป็นยังไง ถ้าคนทำงานได้เห็นห้วงเวลาของแต่ละแหล่งทุน ก็จะทำให้รู้ว่าช่วงไหน จะไปเสนอโครงการกับใคร เสนอไปแล้วใครรับช่วงต่อหรือประสานงานต่อยังไง ถ้าได้ตัวนี้มา น่าจะทำให้คนทำงานในพื้นที่อย่างพวกเรา รับรู้แนวทางการเขียนโครงการแล้ว เราจะส่งต่อไปยังไงครับ ”