ภาคีอีสาน เตรียมรับสังคมสูงวัย เมื่อบ้าน-วัด-รัฐ ผนึกกำลังสร้างระบบดูแลสุขภาวะผู้สูงวัยเต็มรูปแบบ
เขียนโดย ประภัสสุทธ| 16 Jul 2026| 13 views
วิกฤตโครงสร้างประชากรที่ไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มตัว ภาคอีสานได้กลายเป็นพื้นที่สำคัญในการสร้างโมเดลสุขภาวะยั่งยืน ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ที่ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) เทศบาลนครสกลนคร ได้มีการจัดเวทีประชุม “สรุปบทเรียน ศพอส. และจัดทำแผนพัฒนาผู้สูงอายุระดับตำบล” บูรณาการร่วมกับเวทีเชื่อมประสานภาคีเครือข่ายสุขภาวะภาคอีสาน โครงการพัฒนาระบบและกลไกสนับสนุนการขับเคลื่อนงานสุขภาวะภาคีเครือข่ายภาคอีสาน เพื่อถอดรหัสความสำเร็จจากหน้างานจริงในหลายจังหวัด

เวทีนี้ไม่เพียงสรุปผลการทำงาน แต่คือการ "โชว์" บทเรียนที่จับต้องได้ และ "แชร์" นวัตกรรมที่เกิดจากฐานรากของชุมชน เพื่อนำไปสู่การผลักดันเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย แอดมินเพจไทอีสานมีโอกาสได้เข้าร่วมเวที อยากสรุปประเด็นสำคัญโดยเฉพาะจากวงเสวนา “การเสริมสร้างกลไกบูรณาการสังคมสูงวัยเรียนรู้ภาคีเครือข่ายสุขภาวะภาคอีสาน” อันเข้มข้น ให้เห็นดังนี้

5 มิติแห่งการพัฒนาผู้สูงวัย : บทเรียนจากเทศบาลนครสกลนคร
คุณนิตยา ทีคอโงน นักพัฒนาชุมชนชำนาญการ เทศบาลนครสกลนคร เปิดเผยว่า เป้าหมายหลักของการทำงานพัฒนาผู้สูงอายุ คือการพัฒนาคุณภาพชีวิตแบบมีส่วนร่วมและยั่งยืน โดยใช้กลยุทธ์ 5 มิติ
" จุดแข็งของเราคือนโยบายของผู้บริหารที่มองเห็นความสำคัญ ทุนมนุษย์ที่มีจิตอาสากว่า 200 คน และทุนวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง " สำหรับการดำเนินงานได้ทำครอบคลุมทั้ง มิติด้านสภาพแวดล้อม ที่มีการสำรวจ "บ้านปลอดภัย" เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ มิติด้านเศรษฐกิจ ที่เปลี่ยนขยะเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้ มิติด้านสุขภาพ ผ่านกิจกรรมพื้นที่สร้างสุขและกีฬาสีผู้สูงอายุ มิติด้านสังคม ผ่านเครือข่ายโรงเรียนผู้สูงอายุ 3 แห่ง และ มิติด้านเทคโนโลยี ที่ร่วมกับมหาวิทยาลัยให้ความรู้ด้าน AI และคอมพิวเตอร์

พม. สกลนคร : พี่เลี้ยงผู้เชื่อมรอยต่อภาคี
คุณฉวีวรรณ ฮึกเหิม นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ สำนักงาน พมจ.สกลนคร ยอมรับถึงข้อจำกัดด้านบุคลากรของภาครัฐ แต่เน้นย้ำถึงพลังของเครือข่ายในพื้นที่ " พม. ทำงานกับคนตั้งแต่เกิดจนตาย แต่เรามีเจ้าหน้าที่น้อยมาก ความสำเร็จจึงอยู่ที่การมี 'พี่เลี้ยง' อย่าง อปท. และอาสาสมัครในพื้นที่ช่วยดูแล "
เธอยกตัวอย่าง ศพอส. ในสกลนครที่มีถึง 38 แห่ง โดยมีต้นแบบที่น่าสนใจอย่าง อบต.วานรนิวาส และทต.สว่างแดนดิน ที่สามารถขับเคลื่อนงานได้โดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว เธอกล่าวทิ้งท้ายว่า "เป้าหมายของเราคือการปรับมาตรฐานศูนย์ที่เคยทิ้งร้างให้กลับมามีชีวิต และผลักดันศูนย์ที่มีศักยภาพให้เป็นต้นแบบระดับประเทศ"

พลังชุมชนและคนต่างวัย : เสียงจากชัยภูมิ
ดร.สมคิด เทียมแก้ว พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ จาก รพ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ นำเสนอสถานการณ์ในพื้นที่ที่มีจำนวนผู้สูงอายุสูงถึงร้อยละ 21 โดยใช้กลไก "ชมรมผู้สูงอายุ" เป็นตัวขับเคลื่อน เธอนิยามคณะกรรมการชมรมว่าเป็น "ผู้ชนะ 10 ทิศ" เพราะต้องประสานงานรอบด้าน 360 องศา
" ที่ชัยภูมิ เราไม่ได้มีแค่ผู้สูงอายุ แต่เราดึงเยาวชนเข้ามาเป็นสมาชิกชมรมด้วย เพื่อให้เกิดการเดินไปพร้อมกันของคน 5 ช่วงวัย" ดร.สมคิด ระบุ นอกจากนี้ยังเน้นการสอนเทคโนโลยีเพื่อให้ผู้เฒ่า รู้เท่าทันมิจฉาชีพและลูกหลานในโลกดิจิทัล

วัดท่าประชุมโมเดล : อยู่ง่าย-ตายดี ในผ้าเหลือง
จากจังหวัดขอนแก่น คุณจิระนันท์ พากเพียร นำเสนอโมเดลที่น่าสนใจในวงการศาสนาพุทธ ด้วย "กุฏิชีวาบาล" และ " โรงเรียนเบาหวานคณาราม" โดยมีหลักคิดในการก่อตั้งและทำงานว่า "ตราบใดที่ชุมชนยังเจ็บไข้และยากจน วัดจะอยู่เฉยไม่ได้ "
โมเดลนี้ดูแลสุขภาพพระสงฆ์ ตั้งแต่ ต้นน้ำ คือการป้องกันโรค NCDs กลางน้ำ คือการฟื้นฟูร่วมกับโรงพยาบาลชุมชน และ ปลายน้ำ คือการประคับประคองสุขภาพพระสงฆ์สูงวัย ที่ป่วยและอาพาธระยะสุดท้ายเพื่อให้พระสงฆ์ได้มรณภาพในผ้าเหลืองอย่างสมศักดิ์ศรี โดยคุณจิระนันท์ สรุปปัจจัยความสำเร็จว่าต้องมี "ทุน บุญ ทีม และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องมีใจ"

เตรียมความพร้อมเป็นผู้สูงวัย : นวัตกรรมจากพระซอง นครพนม
นายอิทธิพล บุญบุตร ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม เทศบาลตำบลพระซอง เล่าถึงประสบการณ์การทำงาน 9 ปีที่เริ่มต้นจากความเห็นอกเห็นใจ และการใช้ข้อมูลในการทำงาน
เขาเน้นย้ำเรื่อง ฐานข้อมูล และการหาแหล่งทุนที่หลากหลาย ทั้งจากกองทุนสวัสดิการชุมชนวันละบาท กองทุนยุติธรรม และ กศส.
" โครงการต่างๆ มีวันสิ้นสุด แต่ระบบที่ชุมชนร่วมกันสร้างจะอยู่ตลอดไป" นั่นคือหลักการที่เขายึดถือในการทำงานบูรณาการ
บทสรุปเชิงนโยบาย : ก้าวข้าม "ไซโล" สู่สุขภาวะที่ยั่งยืน
ในมุมมองของ ดร.ปทุมทิพย์ ม่านโคกสูง รองประธาน กขป.8 การบูรณาการคือหัวใจที่ยากที่สุดแต่สำคัญที่สุด เธอชี้ให้เห็นว่าปัญหาใหญ่ของราชการไทยคือการยึดติดกับ KPI และงบประมาณเฉพาะส่วน (ทำงานแบบแนวตั้ง/ไซโล)
" การบูรณาการที่แท้จริงต้องใช้ 3 พลัง คือ พลังปัญญา (ความรู้) พลังสังคม (ชุมชน) และพลังรัฐ (นโยบาย)" ดร.ปทุมทิพย์ เสนอว่าต้องใช้ "พื้นที่เป็นฐาน" โดยเอาปัญหาประชาชนเป็นตัวตั้ง แล้วเปลี่ยนวิธีคิดจากคำว่า "ทำเสร็จ" เป็น "ทำสำเร็จ" เพื่อสร้างนโยบายสาธารณะที่เชื่อมโยงทั้งแนวตั้งและแนวราบเข้าด้วยกัน

ช่วงบ่าย ผู้เข้าร่วมประชุมได้เดินชมบูธนิทรรศการที่นำผลงานจริงจากทุกกรณีศึกษามาจัดแสดง ก่อนเข้าสู่วงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อวางแผนขยายผลในเขตสุขภาพเพื่อประชาชนที่ 8 (กขป.
ซึ่งย้ำว่าก้าวต่อไปคือการนำบทเรียนและนวัตกรรมจากเวทีนี้ จะไปสู่การวางแผนและพัฒนาระบบสนับสนุนที่ยั่งยืนในระดับตำบลต่อไป
