"อีสาน YOUNG HUG" รวมพลังเครือข่ายอีสาน สู้บุหรี่ไฟฟ้าคุกคามเยาวชน หลังพบเข้าถึงง่ายขึ้นในหลายพื้นที่
เขียนโดย ประภัสสุทธ| 16 Jul 2026| 14 views
เมื่อวันที่ 25–26 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุมพนมศิลป์ คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม ภาคีสุขภาวะภาคอีสานกว่า 10 จังหวัดรวมตัวกันในงาน "อีสาน YOUNG HUG" โดยมีภาคีเครือข่าย ทั้งบ้านพักเด็กและครอบครัว สภาเด็กและเยาวชน กลุ่มเยาวชน เครือข่ายองค์กรงดเหล้า และนักวิชาการจากสถาบันการศึกษาในพื้นที่ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ ออกแบบกลไกการทำงาน และพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายต่อปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าที่แพร่ระบาดในกลุ่มเยาวชน

งานนี้จัดขึ้นภายใต้โครงการพัฒนาระบบและกลไกสนับสนุนการขับเคลื่อนงานสุขภาวะภาคีเครือข่ายภาคอีสาน นำโดย ผศ.ดร.คณิน เชื้อดวงผุย แห่งมหาวิทยาลัยนครพนม โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

กิจกรรมตลอด 2 วันประกอบด้วยการแบ่งฐานเรียนรู้จากกรณีศึกษา 4 พื้นที่ ได้แก่ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดเลย โรงเรียนชุมชนบ้านกลางนาโนและกลไกผู้นำชุมชนตำบลโพนแพง จังหวัดสกลนคร กลุ่มเยาวชนอำนาจจะเลิร์นและเครือข่ายเยาวชนธงธานี และเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสาน รวมถึงเวทีระดมความเห็นเพื่อพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายในสามมิติ คือ นโยบายชุมชน นโยบายสถานศึกษา และนโยบายระดับองค์กร-หน่วยงาน ก่อนปิดท้ายด้วยการประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนนโยบายปกป้องเด็กและเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้าร่วมกัน

"บางพื้นที่เข้าถึงง่ายมาก" เสียงจากแนวหน้าผู้ดูแลเด็กและเยาวชน
ปริศนา สุภิรัตน์ หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดเลย หนึ่งในผู้เข้าร่วมเวที กล่าวว่าเป้าหมายหลักของการเข้าร่วมครั้งนี้คือการแลกเปลี่ยนข้อมูลและขยายเครือข่ายการทำงานในประเด็นบุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีระดับความเข้มข้นของปัญหาที่แตกต่างกัน
เธอระบุว่าสิ่งที่ค้นพบจากการพูดคุยในเวทีคือ ระดับการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชนในแต่ละพื้นที่ไม่เท่ากัน บางพื้นที่เข้าถึงได้ค่อนข้างง่าย ขณะที่บางพื้นที่ยังมีระดับการเข้าถึงไม่มากนัก ซึ่งสะท้อนว่าการออกแบบมาตรการดูแลและให้ข้อมูลจำเป็นต้องปรับให้เหมาะกับสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่
หลังจบเวที เธอวางแผนนำข้อมูลที่ได้ไปต่อยอดและสื่อสารกับกลุ่มเด็กและเยาวชนในจังหวัดเลย โดยเน้นออกแบบรูปแบบการสื่อสารให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย เช่น การใช้เกมและกิจกรรมเพื่อให้เข้าถึงง่ายและเข้าใจง่ายขึ้น

เยาวชนสภาเด็กฯ ยอมรับ เคยมองข้ามปัญหา ก่อนตระหนักหลังร่วมเวที
ธีระวัฒน์ จักรบุตร คณะทำงานสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดอุดรธานี เล่าว่าก่อนหน้านี้ตนค่อนข้างมองข้ามปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียน โดยมองว่าเป็นเพียงเรื่องการตรวจจับและยึดสิ่งของ แต่หลังได้ฟังการแลกเปลี่ยนจากผู้นำชุมชนและผู้เข้าร่วมเวทีจากหลากหลายภาคส่วน ทำให้เห็นว่าปัญหานี้ร้ายแรงกว่าที่คิดและต้องจัดการอย่างจริงจัง
ธีระวัฒน์กล่าวว่าสิ่งที่ประทับใจคือการเห็นผู้คนหลากหลายกลุ่มมารวมตัวกันในเวที ทั้งผู้นำหมู่บ้าน นักเรียนจากต่างโรงเรียน และสภาเด็กและเยาวชนจากหลายจังหวัด ซึ่งทำให้เห็นว่าปัญหานี้ไม่อาจแก้ไขได้ด้วยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบายในมุมของเยาวชน ธีระวัฒน์ระบุว่าสิ่งที่กลุ่มเยาวชนเป็นกังวลคือเด็กอาจมองข้ามปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า จนกลายเป็นเรื่องปกติ และกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว จึงอยากผลักดันให้มีมาตรการทางกฎหมายที่จริงจังและเด็ดขาดมากขึ้น พร้อมเสนอให้มีบุคลากรทางการแพทย์เข้ามาดูแลผู้ที่ต้องการเลิกใช้บุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง เพื่อให้ผู้ที่ต้องการเลิกมีความมั่นใจมากขึ้นในกระบวนการเลิก

ผู้ประสานงานชี้ เป้าหมายคือ "ความรู้สึกร่วม" ไม่ใช่คำตอบที่ตายตัว
ธนภัทร แสงหิรัญ ผู้ประสานงานประเด็นบุหรี่ไฟฟ้าของโครงการฯ อธิบายว่าเป้าหมายของการจัดเวทีครั้งนี้คือการเปิดพื้นที่ให้ภาคีเครือข่ายที่ทำงานร่วมกันได้สื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูล กระบวนการทำงาน และโอกาสในการพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายร่วมกัน
เขามองว่าผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดจากเวทีนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนเครือข่ายในเชิงปริมาณ แต่เป็นการเพิ่มคุณภาพของความร่วมมือ โดยหลายพื้นที่เริ่มออกแบบงานร่วมกันและขยายการขับเคลื่อนในหลายมิติ ซึ่งมีโอกาสพัฒนาไปสู่การทำงานเชิงขบวนที่มีโครงสร้างชัดเจนขึ้นในอนาคต หากเกิดนโยบายภาครัฐที่อาจส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน
ธนภัทรกล่าวเสริมว่าสิ่งที่ค้นพบและให้ความสำคัญไม่น้อยกว่าตัวคำตอบเชิงนโยบาย คือกระบวนการแลกเปลี่ยนพูดคุยและหาแนวทางร่วมกันระหว่างคนที่มาจากหลากหลายเครือข่าย ทั้งนักเรียนระดับมัธยมศึกษาและนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ได้แลกเปลี่ยนวิธีการทำงานระหว่างกัน
สำหรับทิศทางข้อเสนอเชิงนโยบาย เขาระบุว่าหัวใจสำคัญคือการทำให้นโยบายสร้างความรู้สึกร่วมกับคนในสังคม โดยเฉพาะนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษา ซึ่งทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าควรเป็นนโยบายที่เสริมพลังให้กับผู้ปฏิบัติงาน และทำให้กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับผลกระทบรู้สึกได้รับการสร้างความเข้าใจ ไม่ถูกตัดสินหรือตีตรา
เขายังกล่าวถึงแนวทางการทำงานในระยะต่อไปว่า ต้องการเชื่อมโยงการทำงานเชิงรุกกับหน่วยงานที่มีทรัพยากรและงบประมาณ เช่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เขตสุขภาพ และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อสร้างพื้นที่ทำงานร่วมกันในการขับเคลื่อนประเด็นบุหรี่ไฟฟ้าให้กว้างขวางขึ้น

ก้าวต่อไป
เวที "อีสาน YOUNG HUG" ปิดท้ายด้วยการประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนนโยบายปกป้องเด็กและเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า โดยแกนนำเยาวชน ผู้นำชุมชน ผู้แทนองค์กรและหน่วยงาน พร้อมมอบโล่และใบประกาศเกียรติคุณแก่บุคคลและองค์กรที่มีบทบาทโดดเด่นในการสื่อสารรณรงค์และสนับสนุนงานด้านนี้
ผู้จัดงานระบุว่า ข้อมูลและข้อเสนอจากเวทีครั้งนี้จะถูกนำไปพัฒนาเป็นแผนปฏิบัติการในระดับพื้นที่ของแต่ละภาคีเครือข่ายต่อไป โดยไม่จำเป็นต้องรอนโยบายจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว
