9 จังหวัดอีสานผนึกกำลังดัน 'ตลาดเขียว' เป็นสวัสดิการเมือง ชูอาหารปลอดภัยคือสิทธิพื้นฐาน
เขียนโดย ประภัสสุทธ| 16 Jul 2026| 20 views
การประชุมพัฒนาศักยภาพ “เมืองตลาดเขียว” ภาคอีสาน ภายใต้วาระการขับเคลื่อน “ตลาดเขียว=ระบบสวัสดิการของเมือง” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-30 เมษายน พ.ศ. 2569 ณ บ้านสวนซุมแซง จังหวัดมหาสารคาม โดยคณะทำงานประเด็นอาหารปลอดภัย ร่วมกับเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคอีสาน และภาคีเครือข่ายตลาดเขียว จาก 9 จังหวัด ภายใต้โครงการพัฒนาระบบและกลไกสนับสนุนการขับเคลื่อนงานสุขภาวะภาคีเครือข่ายภาคอีสาน ดำเนินงานโดยมหาวิทยาลัยนครพนม ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการยกระดับงานอาหารปลอดภัยจากการเป็นเพียงแค่กิจกรรมการซื้อขาย ขยับไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานและระบบสวัสดิการที่ค้ำจุนชีวิตคนเมือง

กระบวนการเริ่มต้นด้วยการปูพื้นฐานความเข้าใจผ่านเวทีเสวนาที่ชี้ให้เห็นว่า ตลาดเขียวไม่ใช่เพียงพื้นที่ทางเศรษฐกิจ แต่คือ “ตาข่ายรองรับสรรพชีวิต” ที่เชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้บริโภค และธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะปัญหาความไม่ปลอดภัยทางอาหารที่พบสารพิษตกค้างในตลาดทั่วไปสูงถึง 61-75%, กิจกรรมในวันแรกเน้นการทบทวนประสบการณ์ การทำงานเรื่องตลาดเขียวในแต่ละจังหวัด ผ่าน “แม่น้ำแห่งความร่วมมือ” ที่แต่ละเมืองได้ร่วมกันสกัดบทเรียนตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เห็นจุดแข็งของการมีเครือข่ายภาคประชาสังคมที่เข้มแข็งและระบบการรับรองมาตรฐานที่มีส่วนร่วม (PGS) แต่ในขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นข้อจำกัดเรื่องความไม่แน่นอนของสถานที่ตั้งตลาดและความต่อเนื่องของการผลิตที่ผันแปรตามภูมิอากาศ


จนนำไปสู่การออกแบบแนวทางการพัฒนาในวันที่สองที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจาก “ตลาดเฉพาะกลุ่ม” ไปสู่ “ระบบอาหารปลอดภัยของทุกคน” ที่รัฐต้องเข้ามามีบทบาทหนุนเสริมเชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบ
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากวงสนทนานี้ได้สร้างความชัดเจนในนิยามของตลาดเขียวว่าเป็นพื้นที่ที่มากกว่าการซื้อขาย แต่เป็นกลไกสร้างระบบอาหารใหม่ที่มีอำนาจการต่อรองของทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค โดยมีการเสนอให้ตลาดเขียวเป็นหนึ่งในนโยบายเมืองขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเป็นส่วนหนึ่งของการวางผังเมืองที่ต้องจัดสรรพื้นที่สาธารณะให้เป็นแหล่งกระจายอาหารปลอดภัย ในเชิงนโยบายระดับจังหวัด แต่ละพื้นที่ได้ข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับบริบทของจังหวัดตนเองอย่างน่าสนใจ โดย จังหวัดอุบลราชธานี ประกาศวาระ “อาหารปลอดภัยเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน” มุ่งสร้างมาตรฐานกลางและระบบตรวจสอบย้อนกลับที่โปร่งใส, ขณะที่ จังหวัดร้อยเอ็ด เสนอแผนขยายแหล่งจำหน่ายให้ครบทั้ง 20 อำเภอแบบมีส่วนร่วม สำหรับ จังหวัดขอนแก่น ได้ตั้งเป้าเปิดตลาดเขียวแห่งที่ 2 ในพื้นที่สวนสาธารณะรัชดาหรือบึงทุ่งสร้าง พร้อมผลักดันให้เทศบาลนครขอนแก่นออกข้อบัญญัติท้องถิ่นเพื่อรองรับสวัสดิการอาหารปลอดภัยอย่างเป็นทางการ ด้าน จังหวัดยโสธร เน้นการสร้างกลไกผู้บริโภคที่เข้มแข็งผ่านการจัดตั้งสมาคมผู้บริโภคระดับจังหวัดเพื่อควบคุมกำกับดูแลระบบอาหาร ส่วน จังหวัดสุรินทร์ มุ่งเน้นการแก้ปัญหาสถานที่ตั้งตลาดเขียว ให้มีความมั่นคงและส่งเสริมการเข้าถึงอาหารปลอดภัยตลอดห่วงโซ่ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ในขณะที่ อำเภอราศีไศล จังหวัดศรีสะเกษ เสนอโมเดล “เมืองสร้างสรรค์อาหารปลอดภัย” ที่บูรณาการการทำงานของทุกส่วนราชการเพื่อสร้างพื้นที่เรียนรู้สำหรับคนทุกช่วงวัย และ จังหวัดมหาสารคาม เน้นการสร้างระบบบริหารจัดการตลาดร่วม ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเชื่อมโยงคนผลิตเข้ากับผู้บริโภคเมืองอย่างเหนียวแน่น

ในบทสรุปสุดท้ายของการขับเคลื่อนครั้งนี้ คณะทำงานประเด็นอาหารปลอดภัยภาคอีสาน ได้แสดงเจตจำนงร่วมกันที่จะผลักดันให้เกิดเครือข่ายตลาดสีเขียวภาคอีสาน (ตลาดเขียว 7 จังหวัด) เพื่อแสดงพลังในการทำงานร่วม พร้อมทั้งนำข้อมูลจากการศึกษาไปสื่อสารกับหน่วยงานรัฐเพื่อชี้ให้เห็นถึงความไม่มั่นคงด้านนโยบาย และสถานที่จำหน่ายอาหารปลอดภัย ที่ยังเป็นอุปสรรคสำคัญ โดยมุ่งหวังว่าในอนาคต ตลาดเขียวจะไม่ใช่เพียงทางเลือกของคนรักสุขภาพ แต่ต้องเป็นสิทธิพื้นฐานที่รัฐจัดสรรให้ประชาชนทุกคนเข้าถึง พื้นที่อาหารปลอดภัย ได้อย่างเท่าเทียมในฐานะระบบสวัสดิการของเมืองที่แท้จริง ทั้งนี้ในระยะต่อไปจะมีการจัดเวทีเพื่อแชร์และเชื่อมโยงเครือข่ายตลาดอาหารปลอดภัยทั่วทั้งภาคอีสาน เพื่อสร้างกลไกขับเคลื่อนงานสุขภาวะที่เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป

