ไม่ใช่แค่เรื่องคนแก่ : เครือข่ายสังคมสูงวัยอีสานชูนิยามใหม่ 'ผู้เชี่ยวชาญชีวิต' ปั้นเด็กรุ่นใหม่เป็นผู้บริบาล อุดรอยโหว่สังคมสูงวัย

เขียนโดย ประภัสสุทธ| 16 Jul 2026| 13 views

ไทอีสานชวนติดตามประเด็นสำคัญจากการประชุมระดมสมองของคณะทำงานประเด็นสังคมสูงวัยภาคอีสาน ในเวทีพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายประเด็นสังคมสูงวัย เมื่อวันที่ 25-26 เมษายน 2569 ณ ไร่ปิ่นคำวัฒนา อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม สนับสนุนโดยโครงการพัฒนาระบบและกลไกสนับสนุนการขับเคลื่อนงานสุขภาวะภาคีเครือข่ายภาคอีสาน สำนักพัฒนาภาคีสัมพันธ์ฯ (สภศ.) ดำเนินโครงการโดยมหาวิทยาลัยนครพนม

- สัญญาณเตือนภัยวัยแรงงาน 100 คน แบกรับผู้สูงอายุ 40 คน -

ปัจจุบันภาคอีสานมีผู้สูงอายุถึง 4.2 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 20.61 ซึ่งถือเป็นสังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ ในขณะที่วัยแรงงานมีรอยโหว่ขนาดใหญ่จากการย้ายถิ่นฐาน ดร.นันทนา ควรรณสุ ผู้ประสานงานประเด็นสังคมสูงวัยอีสาน นำเสนอร่างนโยบาย สะท้อนภาพวิกฤตนี้ว่า " วัยแรงงาน 100 คน จะต้องแบกรับผู้สูงอายุประมาณ 39-40 คน แล้วเขาจะเอาเวลาไหนมาดูแลผู้สูงอายุที่มีอาการต้องพึ่งพิง ใครจะดูแลเขา ? นี่คือปัญหาใหญ่ของทั้งประเทศไทย "

อ.หญิงนำเสนอต่อว่าวิกฤตนี้กำลังส่งผลกระทบใน 4 มิติหลัก ได้แก่ มิติสุขภาพ ร้อยละ 80 ของผู้สูงอายุป่วยด้วยโรคเรื้อรัง (NCDs) เสี่ยงต่อการเข้าสู่ภาวะติดเตียงหากขาดการดูแลเชิงรุก มิติเศรษฐกิจ รายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน ขาดเงินออม และเบี้ยยังชีพที่เพิ่มปีละ 100 บาทไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ มิติสิ่งแวดล้อมร้อยละ 20 ของผู้สูงอายุเสี่ยงต่อการหกล้มรุนแรงในแต่ละปีจากสภาพบ้านที่ไม่ปลอดภัย มิติสังคม เกิดปรากฏการณ์ "ครัวเรือนข้ามรุ่น" ปู่ย่าต้องเลี้ยงหลานแทนพ่อแม่ที่ไปทำงานต่างถิ่น ทำให้ขาดคนดูแลใกล้ชิด

- พลิกมุมมอง สังคมสูงวัย ไม่ใช่แค่เรื่อง “คนแก่” -

อีกประเด็นหนึ่งในการแลกเปลี่ยนครั้งนี้ คือมุมมองจาก อาจารย์กรรณิการ์ บรรเทิงจิตร ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายสาธารณะและสาธารณสุข ที่มองว่าร่างนโยบายในปัจจุบันยังมุ่งเน้นไปที่ผู้สูงอายุในปัจจุบันมากเกินไป จนลืมมองผู้สูงอายุในอนาคต

“ สังคมสูงวัยต้องมองไปที่อนาคต ไม่ใช่แค่ปัจจุบัน เราต้องมองผู้สูงอายุในอนาคต ซึ่งก็คือวัยแรงงานและเยาวชนในวันนี้... จะเตรียมตัวอย่างไรให้กลุ่มคนที่จะกลายเป็นผู้สูงอายุสัดส่วนมหาศาลนี้ กลายเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ ”

อาจารย์กรรณิการ์เสริมว่าต้องดึงกลุ่มเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อลด "ช่องว่างระหว่างวัย" (Generation Gap) ขณะเดียวกันก็เสนอให้นิยามผู้สูงอายุใหม่ เป็น "ผู้เชี่ยวชาญชีวิต" เพื่อเปลี่ยนภาพจำจากคนแก่ที่รอความช่วยเหลือ เป็นผู้ที่มีศักยภาพและสามารถถ่ายทอดภูมิปัญญาได้

- นวัตกรรมท้องถิ่น เมื่อ “วัด” และ “ชุมชน” คือคำตอบ -

ในเวทีได้หยิบยกโมเดลความสำเร็จ 3 แห่ง มาเป็นต้นแบบในการกระจายอำนาจการดูแล ได้แก่

วัดท่าประชุมโมเดล (ขอนแก่น) การใช้กุฏิชีวาภิบาลดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายร่วมกับชุมชน

ตำบลพระซอง (นครพนม) การสร้างฐานข้อมูลติดตามผู้สูงอายุ และการเตรียมพร้อมรับมือสังคมสูงวัย และชมรมผู้สูงอายุบ้านป่า (ชัยภูมิ) การดึงพลังผู้สูงอายุมาสร้างเครือข่ายลดภาวะพึ่งพิง ต่อประเด็นนี้ คุณนราธิพ จาก อบจ. นครพนม เสริมถึงความเคลื่อนไหวล่าสุดว่า กำลังมีการปรับกองทุนฟื้นฟูฯ สู่ “กองทุนหลักประกันสุขภาพจังหวัด” เพื่อเปิดทางให้ใช้งบประมาณในการจัดหาอุปกรณ์และการปรับสภาพบ้านให้ผู้สูงอายุได้อย่างกว้างขวางขึ้น ขณะที่ คุณนิกร จาก พมจ. สกลนคร ระบุถึงการผลักดัน “อาสาสมัครบริบาล” ที่ต้องลงพื้นที่เยี่ยมบ้านทุกวันและใช้เทคโนโลยีรายงานผล “เราต้องทำให้ผู้สูงอายุมีเพื่อน และได้รับการตรวจวัดสุขภาพเบื้องต้นถึงที่บ้าน”

- ข้อเสนอถึงภาครัฐ ต้องเป็น "เสื้อที่พอดีตัว" -

ที่ประชุมเน้นย้ำว่า การแก้ปัญหาสังคมสูงวัยในอีสานไม่สามารถใช้ " นโยบายเดียวกับทั้งหมดได้ " แต่ต้องให้อำนาจและงบประมาณแก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นหลักในการออกแบบให้เหมาะสมต่อการทำงานในพื้นที่ ดังนั้นควรมีแนวทางที่ยืดหยุ่นไว้ ข้อเสนอเชิงนโยบายที่สำคัญ ได้แก่ การจัดตั้งกลไกภาคอีสาน สร้างการเชื่อมโยงระหว่าง "กลไกเขต" และ "กลไกจังหวัด" ให้เข้มแข็ง ไม่แยกส่วนการทำงาน การอัปสกิลอาชีพผู้ดูแล ส่งเสริมให้วัยแรงงานหรือเยาวชนพัฒนาทักษะเป็น "ผู้บริบาลอาชีพ" เพื่อรองรับตลาด Silver Economy บูรณาการแผนงบประมาณ ผลักดันให้ อปท. บรรจุแผนสังคมสูงวัยในข้อบัญญัติท้องถิ่น เพื่อความยั่งยืนของงบประมาณ

.

- ประมวลและบทสรุป -

อาจารย์เบญจยามาศ ทีมวิชาการกลางฯ ได้ประมวลสรุปข้อเสนอ 6 ประการ เพื่อสร้างความยั่งยืน ได้แก่ การจัดตั้งกลไกภาคอีสานเชื่อมต่อการทำงานระดับเขตและจังหวัด / การอัพสกิลอาชีพใหม่ เปลี่ยนวัยแรงงานและเยาวชนให้เป็น “ผู้ดูแลมืออาชีพ” ที่มีค่าตอบแทนเป็นธรรม /

บูรณาการแผนท้องถิ่นให้ อบจ. และ อปท. บรรจุแผนสังคมสูงวัยที่ครอบคลุมทุกมิติลงในข้อบัญญัติ / เตรียมความพร้อมก่อนสูงวัย เน้นการออมและการปรับสภาพแวดล้อมตั้งแต่ยังแข็งแรง