พลังชุมชนบ้านนานกเขียน
กระบวนการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้มีความอย่างยั่งยืน ที่ชุมชนบ้านนานกเขียนไม่ได้เริ่มจากคำสั่งการจากส่วนกลางแบบชุมชนอื่น แต่ทว่าเกิดจากปัญหาสถานการณ์ในพื้นที่ช่วงปี 2559-2561 ที่กลุ่มเยาวชนอายุ 10 - 25 ปี มีอัตราการเสพยาเสพติดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และผู้ที่ผ่านการบำบัดก็มักวนเวียนกลับไปเสพซ้ำเนื่องจากขาดสภาพแวดล้อมที่เกื้อกูลส่งเสริม ซึ่งแม้จะมีการนำโครงการ TO BE NUMBER ONE เข้ามาใช้ในระยะแรกแต่ก็ยังขาดความต่อเนื่องและไม่สอดรับกับบริบทดั้งเดิมของชุมชน กระทั่งได้มีการพัฒนางานผ่านวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมถึง 3 วงรอบ ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา โดยดึงเอาทุนทางสังคม และจุดแข็งของคนอีสานที่มีความเป็นศิลปิน รักความสนุกสนาน และมีความเอื้ออาทรต่อกันมาเป็นตัวตั้งต้น นำไปสู่การสร้างสรรค์รูปแบบการทำงานที่เป็นเอกลักษณ์ 5 ขั้นตอน เริ่มจากการ
.
- ตุ้มโฮม เพื่อรวมพลังความคิดและสร้างความสามัคคีให้คนในชุมชนตระหนักว่าปัญหายาเสพติดเป็นบทบาทที่ทุกคนต้องร่วมรับผิดชอบ ต่อด้วยการ
- ฮ่วมแฮง ที่บูรณาการความร่วมมือตั้งแต่ระดับนโยบายอย่างนายอำเภอไปจนถึงผู้นำจิตวิญญาณในท้องถิ่นเช่นเจ้าคณะตำบลและกลุ่มศิลปินพื้นบ้าน จากนั้นจึงใช้ความ
- ฮักแพง ในการออกแบบกิจกรรมที่มาจากความต้องการของเยาวชน ให้มีความทันสมัย ปลอดภัย ไม่น่าเบื่อ นำไปสู่การ
- ฮ่วมใจ พัฒนาจิตอาสาที่ครอบคลุมคน 3 วัย ตั้งแต่ทูบีจิ๋วไปจนถึงทูบีสูงวัยที่คอยดูแลลูกหลาน และกระบวนการสำคัญคือการ
- เฮ็ดต่อกันไป ที่เน้นการส่งต่อจิตวิญญาณจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้องและการขยายผลสู่พื้นที่ใกล้เคียง
.
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการที่กินระยะเวลากว่า 4 ปี แสดงออกมาเป็นตัวเลขความพึงพอใจของคนในชุมชนที่สูงกว่าร้อยละ 90 รวมทั้งได้รับรางวัลระดับประเทศ และสิ่งที่สะท้อนความสำเร็จเชิงประจักษ์อีกอย่างคือระบบติดตามการรักษาของกลุ่ม “ใครติดยายกมือขึ้น” ที่ช่วยติดตามลูกหลานในชุมชนอย่างต่อเนื่อง หมายความว่าคนในชุมชนไม่ได้มองผู้เสพเป็นอาชญากร ทว่ายื่นมือโอบกอดเคียงข้าง และให้โอกาสกลับคืนสู่สังคมผ่านการพัฒนาอาชีพและกิจกรรมจิตอาสา จนสามารถเลิกยาได้เด็ดขาดและไม่มีการกลับไปเสพซ้ำ อีกทั้งยังสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนโดยใช้ผลงานจากชมรมเป็นใบเบิกทางเข้าสู่มหาวิทยาลัยได้สำเร็จ กระบวนการนี้จึงพิสูจน์ให้เห็นว่า “พลังชุมชน” ที่ขับเคลื่อนด้วยความเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นและการสนับสนุนอย่างเป็นระบบจากภาคีเครือข่าย คือกุญแจสำคัญที่เปลี่ยนจากชุมชนที่มีการระบาดของยาเสพติดให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบที่ส่งต่อความสำเร็จไปยังอีก 15 ชมรมทั่วจังหวัดมหาสารคาม สร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจที่แข็งแกร่งกว่ามาตรการทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว
#ประเด็นสุขภาพจิต
#ไทอีสาน